การศึกษาสัดส่วนที่เหมาะสมของน้ำยาทดสอบ Marquis ในการทดสอบการเกิดสีเบื้องต้นกับตัวอย่างยาบ้า

ฐนฤมนตร์ ธูปหอม, ณรงค์ กุลนิเทศ, วิรงรอง ทำโย

Abstract


การตรวจพิสูจน์เบื้องต้นยาบ้าด้วยน้ำยาทดสอบ Marquis มีข้อจำกัดด้านงบประมาณและความเสี่ยงจากฟอร์มัลดีไฮด์ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็ง งานวิจัยนี้จึงต้องการหาสัดส่วนที่คงทนที่สุดจาก 7 สัดส่วน (A–G: ปริมาตรฟอร์มัลดีไฮด์ 0.5–3.5 มล. ต่อกรดซัลฟูริก 50.0 มล.) โดยทดสอบกับยาบ้าที่อุณหภูมิห้อง (25°C) เป็นเวลา 31 วัน ประเมินผลด้วยดัชนีประสิทธิภาพรวม (ความใสและความเร็วของปฏิกิริยา) ร่วมกับแอปพลิเคชั่นการวิเคราะห์สีในโทรศัพท์มือถือเพื่อลดความคลาดเคลื่อนในการสังเกตด้วยตามนุษย์ ผลการวิจัยพบว่าน้ำยาทดสอบทุกสัดส่วนให้ผลบวกเป็นสีส้มได้ภายใน 3 วินาทีตลอดการทดสอบ แม้ว่าน้ำยาทดสอบก่อนเกิดปฏิกิริยาจะเกิดการเปลี่ยนแปลงเป็นสีเหลืองอ่อน หรือจนถึงสีเหลือง และทำปฏิกิริยาได้ช้าลงเมื่ออายุการใช้งานเพิ่มขึ้น ทั้งนี้ น้ำยาสัดส่วน A (ฟอร์มัลดีไฮด์ 0.5 มล.) มีความคงทนสูงสุด โดยรักษาสภาพความใส (48 คะแนน) และทำเวลาเกิดปฏิกิริยาได้ดีที่สุด (17 วินาที) ซึ่งมีประสิทธิภาพกว่าสัดส่วนอื่น ๆ และสัดส่วน E (ฟอร์มัลดีไฮด์ 3.5 มล.) ที่ใช้ปฏิบัติงานจริงในปัจจุบัน สรุปได้ว่าสัดส่วน A ซึ่งมีปริมาตรฟอร์มัลดีไฮด์ต่ำที่สุด มีความเสถียรทางเคมีสูง สามารถชะลอการเกิดออกซิเดชันและพอลิเมอไรเซชันที่เป็นสาเหตุของการเสื่อมสภาพได้ดีที่สุด ผลการศึกษาครั้งนี้ช่วยเพิ่มอายุน้ำยาทดสอบ ประหยัดงบ ลดความเสี่ยงด้านสุขภาพของผู้ปฏิบัติงาน และเหมาะที่จะใช้เป็นมาตรฐานใหม่ในการตรวจเบื้องต้น ก่อนทำการยืนยันผลด้วยเทคนิคขั้นสูงต่อไป

Full Text:

Untitled

Refbacks

  • There are currently no refbacks.