การพัฒนาการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ โดยใช้กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ 5 ขั้นตอน (5E) ร่วมกับเทคนิค Chemistry Flow เรื่อง ปริมาณสัมพันธ์ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4
Abstract
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาสภาพปัญหาและความต้องการจำเป็นในการพัฒนา
การเรียนรู้วิทยาศาสตร์ เรื่อง ปริมาณสัมพันธ์ 2) พัฒนาและหาประสิทธิภาพของการจัดการเรียนรู้โดยใช้กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ 5 ขั้นตอน (5E) ร่วมกับเทคนิค Chemistry Flow ตามเกณฑ์ 75/75 3) เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียนและหลังเรียน 4) ประเมินทักษะกระบวนการคิดแก้ปัญหาโจทย์คำนวณ และ 5) ศึกษาความพึงพอใจของนักเรียน การวิจัยใช้รูปแบบการวิจัยและพัฒนา โดยดำเนินการระหว่างปีการศึกษา 2567–2568 กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4/10 โรงเรียนนางรอง อำเภอนางรอง จังหวัดบุรีรัมย์ ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2568 จำนวน 40 คน ได้มาโดยการเลือกแบบเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แผนการจัดการเรียนรู้ แบบฝึกทักษะ แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน และแบบสอบถามความพึงพอใจ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การหาประสิทธิภาพ E1/E2 และการทดสอบค่าทีแบบไม่อิสระต่อกัน ผลการวิจัยพบว่า 1) ประสิทธิภาพของการจัดการเรียนรู้มีค่า E1/E2 เท่ากับ 81.70/79.07 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนด 2) ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 3) นักเรียนมีทักษะกระบวนการคิดแก้ปัญหาโจทย์คำนวณ คิดเป็นร้อยละ 79.86 อยู่ในระดับดี และ 4) นักเรียนมีความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนรู้อยู่ในระดับมากที่สุด ผลการวิจัยแสดงให้เห็นว่า การจัดการเรียนรู้โดยใช้กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ 5 ขั้นตอน (5E) ร่วมกับเทคนิค Chemistry Flow สามารถพัฒนาการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
การเรียนรู้วิทยาศาสตร์ เรื่อง ปริมาณสัมพันธ์ 2) พัฒนาและหาประสิทธิภาพของการจัดการเรียนรู้โดยใช้กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ 5 ขั้นตอน (5E) ร่วมกับเทคนิค Chemistry Flow ตามเกณฑ์ 75/75 3) เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียนและหลังเรียน 4) ประเมินทักษะกระบวนการคิดแก้ปัญหาโจทย์คำนวณ และ 5) ศึกษาความพึงพอใจของนักเรียน การวิจัยใช้รูปแบบการวิจัยและพัฒนา โดยดำเนินการระหว่างปีการศึกษา 2567–2568 กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4/10 โรงเรียนนางรอง อำเภอนางรอง จังหวัดบุรีรัมย์ ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2568 จำนวน 40 คน ได้มาโดยการเลือกแบบเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แผนการจัดการเรียนรู้ แบบฝึกทักษะ แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน และแบบสอบถามความพึงพอใจ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การหาประสิทธิภาพ E1/E2 และการทดสอบค่าทีแบบไม่อิสระต่อกัน ผลการวิจัยพบว่า 1) ประสิทธิภาพของการจัดการเรียนรู้มีค่า E1/E2 เท่ากับ 81.70/79.07 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนด 2) ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 3) นักเรียนมีทักษะกระบวนการคิดแก้ปัญหาโจทย์คำนวณ คิดเป็นร้อยละ 79.86 อยู่ในระดับดี และ 4) นักเรียนมีความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนรู้อยู่ในระดับมากที่สุด ผลการวิจัยแสดงให้เห็นว่า การจัดการเรียนรู้โดยใช้กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ 5 ขั้นตอน (5E) ร่วมกับเทคนิค Chemistry Flow สามารถพัฒนาการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
Full Text:
UntitledRefbacks
- There are currently no refbacks.