ปัจจัยด้านทุนมนุษย์ที่ส่งผลต่อการปรับตัวของตัวแทนประกันชีวิตในยุคปัญญาประดิษฐ์
Abstract
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ (1) เพื่อศึกษาระดับปัจจัยด้านทุนมนุษย์ และการปรับตัวของตัวแทนประกันชีวิตในยุคปัญญาประดิษฐ์ และ (2) เพื่อศึกษาปัจจัยปัจจัยด้านทุนมนุษย์ที่ส่งผลต่อการปรับตัวของตัวแทนประกันชีวิตในยุคปัญญาประดิษฐ์ กลุ่มตัวอย่างคือ ตัวแทนประกันชีวิตที่ปฏิบัติงานในบริษัทที่จดทะเบียนกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล จำนวน 300 คน เครื่องมือที่ใช้คือแบบสอบถาม ผ่านการตรวจสอบความเที่ยงตร มีค่า IOC ระหว่าง 0.60–1.00 และมีค่าความเชื่อมั่นรวม เท่ากับ 0.777 การวิเคราะห์ข้อมูลใช้สถิติเชิงพรรณนา ได้แก่ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และสถิติเชิงอนุมาน ได้แก่ การวิเคราะห์สหสัมพันธ์ของเพียร์สัน และการวิเคราะห์ถดถอยพหุคูณแบบขั้นตอน โดยกำหนดระดับนัยสำคัญทางสถิติที่ .05 ผลการวิจัยพบว่า (1) ระดับการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์โดยรวมอยู่ในระดับปานกลาง (𝑥̅ = 3.15, SD = 0.432) โดยมี “การให้แรงจูงใจ” เป็นองค์ประกอบที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด (𝑥̅ = 3.21) รองลงมาคือ “การสนับสนุนจากองค์กร” (𝑥̅ = 3.16) ขณะที่ระดับการปรับตัวของตัวแทนประกันชีวิตในยุคปัญญาประดิษฐ์อยู่ในระดับมาก (𝑥̅ = 3.36, SD = 0.432) โดยเฉพาะ “ทักษะการขาย” (𝑥̅ = 3.42) และ “ทักษะการให้คำปรึกษา” (𝑥̅ = 3.37) และ (2) ผลการวิเคราะห์ถดถอยพหุคูณพบว่า ปัจจัยทั้งสี่ด้านมีอิทธิพลเชิงบวกต่อความสามารถในการพัฒนาตัวแทนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 โดยเฉพาะด้านการให้แรงจูงใจ (β = 0.223) และการพัฒนาทักษะ (β = 0.214) ที่มีอิทธิพลสูงสุด โดยสรุป ปัจจัยด้านทุนมนุษย์ที่มีประสิทธิภาพควรมุ่งเน้นการเสริมแรงจูงใจ การพัฒนาทักษะ และการสนับสนุนจากองค์กรอย่างบูรณาการ เพื่อยกระดับศักยภาพของตัวแทนให้มีความสามารถในการแข่งขัน และสร้างความยั่งยืนในอาชีพในยุคดิจิทัล
Full Text:
UntitledRefbacks
- There are currently no refbacks.